ปิด
 

ไม่พบผลการค้นหาคำว่า "" กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

 

วิธีป้องกันหมู่มวลสัตว์ไม่พึงประสงค์เข้าบ้าน

11 July 2020

 

วิธีป้องกันหมู่มวลสัตว์ไม่พึงประสงค์เข้าบ้าน

            เคยไหม? พักผ่อนอยู่บ้านกำลังสบายๆ ก็เจอกับสัตว์ยอดฮิตธรรมดาๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้ว พวกมันสร้างความพังพินาศให้กับบ้านไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะเป็น มด หนู แมลงวัน ไปจนถึงเจ้าปลวก ที่ชอบแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ หรือหนักข้อขึ้นมาอีก ก็เจอสัตว์มีพิษอย่างตะขาบ หรืองู ที่คอยเลื้อยเข้ามาหยามกันถึงในบ้าน จนบ้านกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายไปเสียอย่างนั้น  

            เรามีวิธีป้องกันเจ้าสัตว์วายร้าย ไม่ให้กลับมาทักทาย และช่วยให้คุณพักผ่อนในบ้านแสนรักได้อย่างสบายใจ

 

 

มด

            มดตัวน้อยตัวนิด มดมีฤทธิ์น่าดู ยู้ฮู .... เจ้ามดมีฤทธิ์จริงๆ ตามเพลงที่เราร้องกันตั้งแต่เด็กๆ นั่นแหละครับ สาเหตุหลักๆ ที่มดชอบเข้ามาในบ้าน ก็เพราะพวกมันต้องการอาหารและแหล่งอยู่อาศัย   ถ้าเจอมดธรรมดาๆ พลังทำลายล้างก็แค่นำอาหารของเราไปทำลายเสียหายจนหมด  แต่หากเจอมดสายพันธุ์ใหญ่ พลังของพวกมันก็จะหนักหน่อย อย่างเช่น เจ้าพวกมดไม้ ชอบกินไม้เป็นอาหาร เจาะไม้เป็นรูพรุนจนทำให้บ้านของคุณเสียหายได้ ไปถึงพวกมันอาจกัดสมาชิกในบ้านเกิดผื่นแพ้ต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน

 

 

วิธีปราบมดง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. ขั้นแรกเริ่มด้วยการกำจัดแหล่งอาหารของมด ไม่ว่าจะเป็นครัว ห้องอาหาร ถังขยะ หมั่นคอยทำความ และพยายามดูแลซอกมุมต่าง ๆ ของบ้านอย่าให้มีมุมอับชื้น ที่จะไปถูกตาต้องใจมดจนพวกมันมาทำรังได้
  2. สังเกตทางเดินมดอยู่ตรงไหน แล้วใช้แป้งเด็ก หรือน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว สารละลายพวกที่เป็นกรดชนิดที่ไม่เป็นอันตราย ราดไว้ตรงทางเดินมดหรือบริเวณรังของมัน ไม่นานมดก็จะย้ายรังหนีไป
  3. ปิดทางเข้า ทางออกของเหล่ามด ด้วยการใช้ยางซิลิโคน เทปกาว หรือพลาสเตอร์ก็ได้ มาปิดรูให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้มดออกมาเดินเพ่นพ่านสร้างความรำคาญใจให้กับคนในบ้าน แต่วิธีนี้ต้องหมั่นสังเกตดูอยู่เสมอ เพราะบางทีมดก็อาจเจาะรูออกมาได้ ดังนั้นต้องคอยตรวจสอบและเปลี่ยนที่ปิดรูใหม่อยู่เสมอ
  4. กำจัดมดด้วยกลิ่น เช่น หาใบมะกรูดประมาณ 2-3 ใบ นำมาฉีกๆ แล้วใส่ถุงตาข่าย แล้วไปหย่อนตามบริเวณที่มดอาศัยเช่นถังข้าวสารหรือกล่องเครื่องปรุงในครัวที่มดชอบเข้าไป กลิ่นของใบมะกรูดจะช่วยไล่มดได้ แต่ต้องหมั่นเปลี่ยน เพราะหากใบแห้งจะไม่มีกลิ่น นอกจากนี้ใบมะกรูด อาจใช้เป็นมิ้นต์หรือการบูรก็ได้ มดก็ไม่ชอบเหมือนกัน

 

 

หนู

            หนูไม่เพียงเป็นพาหะนำโรคฉี่หนูและสารพัดเชื้อโรคจากท่อน้ำสกปรกเข้ามาบ้านอย่างเดียว แต่ยังทำลายข้าวของในบ้าน เช่น เข้ามารื้ออาหาร แทะเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นไม้ในบ้านให้เป็นรู เพื่อทำเป็นรัง รวมถึงยังกัดสายไฟ ซึ่งอาจก่ออันตรายถึงชีวิตคนในบ้านได้อีกด้วย ส่วนสาเหตุที่หนูชอบเข้ามาอาศัยในบ้านมนุษย์ ก็เพราะว่าภายในบ้านมีทั้งความอบอุ่นและเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้กับหนู โดยเฉพาะห้องครัว ที่เต็มไปด้วยเศษอาหารต่างๆ ที่เหลือทิ้งในถังขยะ ต่างเป็นตัวส่งกลิ่นที่ไปกระตุ้นให้หนูรู้ว่ามีอาหารอยู่ในนี้ แล้วเรียกพรรคพวกมาแอบตั้งรกราก

 

 

วิธีปราบหนูง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. ใช้สมุนไพรไล่หนู ด้วยการนำกิ่งยี่โถหรือกานพลู ไปวางตามบริเวณแนวกำแพง ซอกหลีบ มุมอับ ฝ้าเพดาน ฝาท่อน้ำ หรือถังขยะ   พอหนูได้กลิ่นสมุนไพรเหล่านี้ ก็จะรีบขนเสื้อผ้าย้ายรังออกไปทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้ใบกะเพรา, สะระแหน่ หรือใบมะกรูด ก็ได้นะครับ
  2. ใช้น้ำมันก๊าดไล่หนู  เนื่องจากกลิ่นที่ฉุนและรุนแรงของน้ำมันก๊าด จึงเหมาะมากกับการขับไล่หนูออกไปจากบ้าน   วิธีคือให้เทน้ำมันก๊าดใส่ถ้วยเล็กๆ ไปวางในตำแหน่งที่หนูชอบวิ่งเข้าไปอยู่ แต่ข้อเสียของน้ำมันก๊าดคือมันมีกลิ่นที่ฉุนกับคนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ หรืออย่าเทเยอะจนเกินไป พอถ้าดมมากๆ ก็จะไม่ดีต่อสุขภาพ
  3. เลี้ยงแมวและเปิดไฟในสว่าง  วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันมาเนิบนานจนแมวกับหนูถูกขนานนามว่าเป็นคู่ปรับกัน เพราะถ้าเราเลี้ยงแมวไว้ มันจะช่วยขับไล่หนูไม่ให้เข้ามาทำรังในบ้านได้ วันๆ ก็จะจ้องไล่จับหนู  และหากเราอยู่แหล่งกบดานของหนูว่าอยู่ส่วนไหนของบ้านก็ควรเปิดไฟให้สว่างๆ เพราะหนูชอบที่อับๆ มืดๆ และแสงไฟทำให้พวกมันแสบตาไม่กล้าออกมาคุ้ยเศษอาหาร
  4. ปิดช่องทางคมนาคมของหนู และดูแลบ้านให้สะอาด ซึ่งช่องทางต่างๆ ก็คือท่อระบายน้ำ ซอกหรือช่องเล็ก ๆ ตามหลังคา ฝ้าเพดาน รูกำแพง เป็นต้น จากนั้นก็แค่จัดบ้านให้สะอาด โปร่งโล่งและเป็นระเบียบ เพราะหนูนั้นชอบบริเวณที่รก เช่น กองกระดาษ ตู้เก็บของที่รกๆ  

 

 

แมลงวัน

            เจ้าแมลงที่ดูเหมือนธรรมดาๆ อย่างแมลงวัน สัตว์มีปีกตัวเล็กๆ แต่สามารถสร้างความรำคาญและกวนใจเราได้ไม่น้อย แถมยังเป็นตัวแพร่เชื้อโรคให้กับผู้อาศัยได้ด้วยนะ และเจ้าแมลงวันที่ชอบข้องแวะมาเยี่ยมเยือนบ้านมนุษย์ มีอยู่ 2 ชนิดหลักๆ คือ แมลงวันบ้าน (House Flies) ที่จะคอยรบกวนทั้งมนุษย์และสัตว์ตลอดเวลา โดยแหล่งเพาะพันธ์ของแมลงวันบ้านคือ กองมูลสัตว์ เศษอาหารและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ท่อระบายน้ำโสโครก ต่อมาแมลงวันหัวเขียว (Blow Flies) แมลงวันขนาดใหญ่ ตัวสีเขียวเข้ม หรือสีน้ำเงินปนดำ ชอบกินซากสัตว์ที่ตาย หรือเนื้อเน่าๆ จุดในบ้านที่พวกมันชอบแวะคือกองขยะ และกองผลไม้สุกที่ใกล้เน่า

            นอกจากนี้พวกแมลงวันยังเป็นพาหะนำโรค เมื่อพวกมันบินไปตอมอาหารของคนและสัตว์ เชื้อโรคที่ติดตามแขนขาพวกมันจึงปะปนไปกับอาหาร อีกทั้งแมลงวันยังสำรอก และขับถ่ายของเหลวตลอดเวลากินอาหาร เมื่อเรากินอาหารเหลานั้นเข้าไป อาจติดโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคบิดจากเชื้อแบคทีเรีย, อาการอาหารเป็นพิษ และโรคผิวหนังที่เกิดจากแมลงวันบินไปเกาะผิวหนัง เช่น โรคคุดทะราด และโรคเรื้อน เป็นต้น

 

 

วิธีปราบแมลงวันง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. สร้างกับดักจับแมลงวัน ด้วยการขยี้ใบกะเพราลงโหลแก้วหรือขวดพลาสติก และนำกรวยทรงสามเหลี่ยมมาหย่อนปิดปากขวดไว้ จากนั้นนำไปแขวนไว้ตามต้นไม้หรือบริเวณที่แมลงวันชอบมาข้องแวะ
  2. จับพวกมันด้วยความหนืดเหนียว วิธีการคือนำพริกไทยป่นผสมน้ำตาลปี๊บ หรือน้ำเชื่อมชนิดข้นเหนียวผสมพริกไทย ให้เป็นเนื้อเหนียวๆ แล้วนำไปป้ายลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า หรือจะเทใส่ภาชนะก็ได้ เพื่อวางล่อแมลงวัน จากนั้นเมื่อแมลงวันบินมาตอม พิษเผ็ดร้อนของพริกไทยก็จะทำให้แมลงวันบินหนีไป หรือหมดแรงบินไม่ได้อีกต่อไป
  3. ปราบด้วยใบชา นั่นก็คือนำใบชามาตากให้แห้ง และนำใบชามาเผาไฟตรงบริเวณที่แมลงวันชอบมา แค่นี้เจ้าแมลงวันก็จะหนีหายออกจากบ้านเราไปเลย นอกจากใบชาก็ใช้เป็นพวกเปลือกส้มแห้งได้ด้วยเช่นกัน

 

 

ปลวก

            ถึงแม้ว่าปลวก จะจัดเป็นแมลงที่มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้ คอยย่อยสลายขยะธรรมชาติ เช่น ซากพืช เศษไม้ ใบไม้ ท่อนไม้  จนสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินในป่า แต่หากเจ้าปลวกขึ้นบ้านเราแล้วนั้น รับรองว่าทุกคนต้องกุมขมับ เพราะพวกมันจะกัดกินบ้าน และเฟอร์นิเจอร์จนเสียหาย อีกทั้งยังมีพฤติกรรมชอบแอบกินอย่างเงียบๆ รักที่มืดๆ ชื้นๆ จึงเป็นต้นเหตุว่าทำไมคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าปลวกกำลังรุกรานบ้านอยู่  และสาเหตุหลักๆ ที่ปลวกชอบบุกบ้าน ไม่ใช่แค่พิสมัยเนื้อไม้สวยๆ   มันยังชอบกินเซลลูโลส (Cellulose) ที่มีอยู่ทั้งในเนื้อไม้  กระดาษ ผ้า หนังสัตว์ รวมถึงสิ่งของหลายชนิดที่สามารถหาพบได้ในบ้านทั่วไป 

 

 

วิธีปราบปลวกง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. ด้วยความที่ปลวกค่อนข้างกำจัดยาก ฉะนั้นแทนที่จะเฝ้าดูร่องรอยแล้วค่อยจัดการ  เราควรเลี้ยงพวกนักล่าอย่างไส้เดือนฝอย เพราะเมื่อปลวกมุดมาตามดินและกินเจ้าไส้เดือนฝอยนั้นเข้าไป ไส้เดือนฝอยจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ภายในตัวปลวก แล้วปล่อยแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดของปลวก ทำให้ปลวกตายในที่สุด 
  2. วางเหยื่อล่อ หรือการติดตั้งสถานีปลวก คือการฝังกล่องสถานีที่ใส่สารเคมีที่มีฤทธิ์กำจัดปลวก พร้อมกับอาหารที่ปลวกชอบ เช่นกระดาษลัง ในตำแหน่งที่พบว่ามีปลวกในบ้านตรงไหน เพื่อให้ปลวกติดกับดักเหยื่อ  พอพวกมันเข้ามากินอาหารจะไม่ตายทันที แต่จะขนอาหารบางส่วนไปในรังด้วย คราวนี้พวกในรังก็จะกินอาหารที่เราใส่สารล่อไว้  ซึ่งส่งผลให้ปลวกอาจจะไม่สามารถมีชีวิตมาบุกบ้านเราต่อได้  วิธีนี้มีข้อดีคือไม่ต้องเจาะพื้น และได้ผลระดับหนึ่ง ทั้งนี้การติดตั้งสถานีเหยื่อกำจัดปลวก ปกติใช้เวลา 60-90 วัน ซึ่งเราต้องเติมเหยื่อทุกๆ 15 วัน ไปจนกว่าปลวกจะตาย แต่ถ้า 60 วันแล้วปลวกยังไม่ตายเราก็ต้องเติมต่อไปอีกทุกๆ 15 วัน จนกว่าพวกมันจะตายทั้งหมด
  3. กำจัดปลวกด้วยสมุนไพรธรรมชาติ  ด้วยการนำใบขี้เหล็ก ประมาณ 5 กรัม มาบดหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นก็ใส่น้ำลงไปประมาณ 20 มิลลิลิตร เทใส่ในขวดสเปรย์ เสร็จแล้วนำไปฉีดตามบริเวณที่ปลวกอยู่ โดยทำซ้ำประมาณ 3-5 วัน สามารถช่วยให้ปลวกหนีหายไปได้
  4. กำจัดปลวกด้วยการลดความชื้นภายในบ้าน เนื่องจากปลวกชอบที่อับ คุณสามารถติดตั้งเครื่องดูดความชื้นหรือพัดลมดูดอากาศ พร้อมกับหมั่นเปิดหน้าต่าง เปิดม่านให้แสงแดดส่องถึง รวมไปถึงนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปตากแดดบ้าง เพื่อไม่ให้พวกปลวกฝังตัวอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ของบ้านเรา และรุกรานไปยังแห่งอื่นๆ ในบ้าน

 

 

ตะขาบ

            รู้ไหมว่าสัตว์ขาเยอะยั้วเยี้ยอย่าง "ตะขาบ" ที่ชอบเข้าทักทายในบ้านเรา นอกจากชวนขนลุกแล้ว ยังสร้างความรำคาญใจและภัยอันตรายต่างๆ อีกด้วย นั่นก็เพราะ พวกมันมีพิษ ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่พวกมันชอบแวะมาเซย์ฮัลโหลก็เพราะพื้นที่มีความชื้น และน้ำท่วมขัง จะเห็นว่า เราจะพบตะขาบบ่อยในช่วงหน้าฝน และหากโดนพวกมันกัด ก็จะสร้างความปวดแสบ ปวดร้อน เพราะพิษของตะขาบประกอบด้วยสารก่อปฏิกิริยาอักเสบต่อร่างกาย ได้แก่ hydroxytryptamine หรือ cytolysin ทำ ในบางรายอาจมีอาการแพ้ อาเจียน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เป็นต้น ฉะนั้นการป้องกันตะขาบแต่แรกเริ่ม ไม่ให้มันเข้ามาในบ้านได้ก็จะปลอดภัยที่สุด

 

 

วิธีปราบตะขาบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. ด้วยความที่ตะขาบชอบอยู่ในที่เย็นๆ และวางไข่ในที่ชื้น หรือต้นหญ้า ฉะนั้นเราจึงควรลดความชื่นรอบตัวบ้าน ด้วยการลองตรวจเช็กว่ามีจุดไหนรอบๆ ตัวบ้านที่เป็นที่สะสมความชื้น เช่นกองหญ้า กองขยะ ให้หมั่นทำความสะอาดสม่ำเสมอ  ไปจนถึงรางน้ำฝน หรือรางระบายน้ำ ท่อน้ำต่างๆ   ลองวางสบู่บนฝาท่อ หรือเทโซดาไฟผสมน้ำลงไปในท่อ เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนและแสบร้อน เพื่อไม่ให้พวกมันมุดเข้ามาในบ้านเราได้
  2. ไล่ตะขาบด้วยการพ่นด้วยน้ำส้มควันไม้ หาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตร นำมาผสมน้ำตามอัตราส่วนของแต่ละยี่ห้อ แล้วเอาไปพ่นบริเวณข้างรั้วบ้าน หรือตามขอบฟุตบาทของบ้าน หรือพ่นลงดินบริเวณบ้าน เพื่อไล่ตะขาบออกไป แต่ระวังอย่าให้กระเด็นโดนร่างกาย เพราะน้ำส้มควันไม้ค่อนข้างมีความเป็นกรดสูง
  3. หากตะขาบเข้ามาในบ้านเราแล้ว ลองมองหาว่าพวกมันอยู่ที่ไหน เพื่อกำจัดให้ไม่ให้ออกลูก ออกหลานมาทำลายคนในบ้านเราได้ และนำผงไล่ตะขายหรือปูนขาวไปเทลงบนแหล่งซ่อนตัวของตะขาบ หรือเส้นทางที่คิดว่าตะขาบอาจเดินผ่าน เพื่อปรับเส้นทางให้ตะขาบเดินออกจากบ้านไปเอง นอกจากนี้สามารถผสมสมุนไพรอย่างมะกรูด โดยการคั้นจนเป็นน้ำแล้วผสมลงไปกับปูนขาว ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

 

 

สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อโดนตะขาบกัด

            หากถูกตะขาบกัดจะพบรอยเขี้ยว 2 รอย ลักษณะเป็นจุดเลือดออกตรงบริเวณที่ถูกกัด ให้ทำความสะอาดแผลบริเวณที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าพันแผล จากนั้นประคบด้วยน้ำแข็ง   ห้ามแกะเกาบริเวณที่ถูกกัด เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน สามารถใช้ยาหม่องหรือยาสามัญประจำบ้านทาบางๆ บริเวณที่ถูกกัด หากมีอาการปวด สามารถกินยาพาราเซตามอลได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรงหรือแพ้มาก ควรไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

 

 

งู

            งู สัตว์เลื้อยคลานตัวยาว ที่ไม่มีขา ไม่มีเปลือกตา แต่มีเกล็ดปกคลุมผิวหนังทั่วทั้งลำตัว เป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ไว ปราดเปรียวและ มีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกทางกลิ่น โดยทั่วไปแล้วงูจะไม่กัด นอกเสียจากถูกรบกวนหรือบุกรุก แต่ขณะเดียวกับพวกมันก็ต้องออกล่าเหยื่อเมื่อรู้สึกหิว โดยกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร สาเหตุที่งูชอบเข้าบ้านคน มาจาก สถานที่นั้นสามารถเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์สำหรับมันได้ เช่น บ้านที่เลี้ยงไก่ เลี้ยงนก มีหนูชุกชุม รกรุงรัง หรือมีบ่อน้ำ

            นอกจากสาเหตุภายนอกบ้าน ยังมีสาเหตุจากภายในบ้านที่งูชอบด้วย ก็คือ ถ้าบ้านเรามีของที่วางเรียงรายไม่เป็นระเบียบ หรือปล่อยให้ซอกมุมบ้านสกปรกด้วยเศษใบไม้ เศษขยะ ไปจนถึงภายในบ้านมีโพรงหรือรูหลบซ่อนให้พวกมันสามารถดำรงชีวิตอย่างสะดวกสบาย งูก็จะเลื้อยเข้ามาทำรัง วางไข่

 

 

วิธีปราบงูง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  1. ใส่ตะแกรงที่มีขนาดถี่ไว้ที่ปลายท่อน้ำทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาได้ จากนั้นใช้ผงกำมะถัน น้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเครื่อง โรยบริเวณท่อระบายน้ำ สารเคมีพวกนี้จะส่งกลิ่นฉุนรบกวนงู ช่วยสกัดกั้นไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาในบริเวณนั้นได้อีก ทั้งนี้สามารถนำไปโรยรอบรั้วบ้าน ประตูทางเข้า หรือบริเวณที่คิดว่างูจะแวะมาได้อีกด้วย
  2. ทำลายแหล่งอาหารของงู โดยเฉพาะหนู ด้วยการควบคุมและกำจัดหนูไม่ให้เข้ามาในบ้าน ด้วยเก็บกวาดเศษอาหารไม่ให้ตกค้างในบ้านและท่อน้ำทิ้ง หรือเลี้ยงสุนัขและแมว เพื่อช่วยกำจัดหนูอีกทาง แถมยังช่วยกำจัดงูได้ด้วย เพราะงูไม่ชอบสิ่งมีชีวิตอื่น หรือหากพวกมันเห่า เราก็ได้รู้ว่ามีงูหลุดเข้ามาในบ้าน
  3. ดูแลความสะอาดบริเวณบ้านให้ดี โดยเฉพาะหากมีใต้ถุนบ้าน ไม่ควรรกรุงรัง เพราะจะกลายเป็นที่หลบซ่อนของงู และหมั่นตัดกิ่งไม้ที่พาดใกล้กับชายคาบ้าน รั้ว หรือกำแพง เพื่อตัดเส้นทางไม่ให้งูเลื้อยเข้าไปในบ้าน
  4. หมั่นสำรวจชักโครกหรือบ่อพักสิ่งปฏิกูล  ว่าฝาบ่อพักสิ่งปฏิกูลชำรุดหรือไม่ เพราะไม่งั้นงูอาจเล็ดลอดผ่านมาทางชักโครกได้ โดยวิธีป้องกันงูในชักโครก นอกจากเช็กบ่อพักแล้วให้ติดตั้งตะแกรงตามท่อระบายน้ำ และนำโซดาไฟ ราดในชักโครก หมั่นคอยสังเกตชักโครกและกดน้ำทุกครั้งก่อนและหลังใช้ นอกจากนี้ปัจจุบันมีการออกแบบเทคโนโลยีป้องกันงูเข้าห้องน้ำที่ใช้ควบคู่กับชักโครก โดยการติดตั้งใต้คอห่าน เช่น ฝากันกลับ ท่อกันงู

 

 

สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อถูกงูทำร้าย
            ถ้างูเข้าบ้านและยังไม่ทำอันตรายเราให้โทร. 199 หน่วยกู้ภัย หรือโทร. 1784 สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรียกผู้มีประสบการณ์มาช่วยจับ หรือหากโดนงูกัดแล้ว ไม่ทราบชนิดงูที่กัด แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ทันที (วิธีสังเกตงูเบื้องต้น งูมีพิษส่วนใหญ่หัวจะโตมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม และมีแม่เบี้ยทั้งเล็กและใหญ่ ส่วนงูไม่มีพิษส่วนใหญ่หัวจะมีลักษณะมนกลม)  

 

            ส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้ผู้ที่ถูกกัดนอนในท่าที่สบายและเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด ใช้ผ้ายืดหรือผ้าอะไรก็ได้ที่มีความยาวเพียงพอ ทำการพันอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้พอกระชับ ไม่รัดแน่นจนเกินไป และทำการดามอวัยวะส่วนที่ถูกกัดด้วยของแข็งแต่ทั้งนี้ห้ามนวดหรือ ถูบาดแผล เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีเลือดออกมากขึ้น ไม่เช่นนั้นพิษอาจกระจายมากขึ้นส่งอันตรายถึงชีวิตได้นั่นเอง

 

รู้วิธีป้องกันอย่างนี้แล้ว ต้องคอยระมัดระวังและทำความสะอาดกันบ่อยๆ ด้วยนะครับ

Copyright © 2016-2020, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.