ปิด
 

ไม่พบผลการค้นหาคำว่า "" กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

 

รู้ยัง? ฝุ่นพิษทําลายร่างกายและผิวหนังเราได้

19 March 2020

 

รู้ยัง? ฝุ่นพิษทําลายร่างกายและผิวหนังเราได้

ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะรับมือ อีกทั้งสถานการณ์ฝุ่นละอองก็เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ตัวเลขสถิติผลสำรวจปริมาณฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน ยังคงพุ่งสูงมากขึ้นทุกปี ฉะนั้นเราทุกคนควรใส่ใจและดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดี

บทความนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่าเจ้าฝุ่น PM2.5 นี้คืออะไร มีผลเสียต่อร่างกายและผิวหนังอย่างไรบ้าง และเรามีวิธีป้องกันอย่างไรเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้าน

 

ฝุ่น PM 2.5 คือ?

ฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดอนุภาคเล็กมาก ๆ จนไม่สามารถมองเห็น (ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือไมโครเมตร)
โดย 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผม 1 ต่อ 25 เท่า เล็กจนสามารถผ่านขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ระหว่างการหายใจ และมีขนาดเล็กเพียงครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดที่มีขนาด 5 ไมครอน จึงทำให้ฝุ่นสามารถแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีขนาดเล็กและเป็นพาหะนำสารพิษอย่าง แคดเมียม ปรอท ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็ง เข้าสู่ร่างกายได้อีก

 

ค่าฝุ่นเท่าไหร่ ถึงอันตราย?

องค์การอนามัยโลก (WHO) มีการตั้งมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 1 ปีไว้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ที่ 25 มคก./ลบ.ม. แต่สำหรับกรมควบคุมมลพิษของไทย กำหนดค่าฝุ่นละอองเฉลี่ย 1 ปี ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 50 มคก./ลบ.ม.

นอกจากนี้องค์การอนามัยโลกมีข้อแนะนำเกี่ยวกับเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)   ไว้ว่า ค่ามลพิษทางอากาศเกิน 150 จะถือเป็นพื้นที่สีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่สำหรับเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศของไทยกำหนดระดับ 101-200 อยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งคำนวณโดยเทียบมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศของสารมลพิษทางอากาศ พร้อมแจกจ่ายเป็นระดับ โดยจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบระดับของผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยว่าแต่ละพื้นที่อยู่ในระดับใด อาทิ สีฟ้า AQI 0-25 แทนค่า คุณภาพอากาศดีมาก, สีเขียว  AQI  26-50 แทนค่า คุณภาพอากาศดี, สีเหลือง AQI  51-100  แทนค่า คุณภาพอากาศปานกลาง,   สีส้ม AQI 101-200 หมายความว่าคุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ และสีแดง AQI  201 ขึ้นไป หมายความว่าคุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพ  อ้างอิงข้อมูลจาก http://air4thai.pcd.go.th/webV2/aqi_info.php

 

ผลเสียต่อร่างกายและผิวหนัง

ฝุ่น PM2.5 มีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเรา ตั้งแต่ทำให้รู้สึก แสบจมูก ไอและมีเสมหะได้ โดยเฉพาะกับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวจะยิ่งทำให้โรคกำเริบได้ง่าย เช่นโรคภูมิแพ้,โรคปอด, หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง และหากสูดเจ้าฝุ่นนี้เข้าไปเยอะๆ จนสะสมเป็นปริมาณมากในระยะยาวมีผลทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดได้

 

นอกจากนั้นก็ยังทำลายผิวหนังของเราได้ด้วยเช่นกัน   เนื่องจากผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย   เมื่อโดนฝุ่นพิษจะทำให้ผิวหนังมีการอักเสบ เกิดอาการคัน ระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคผิวหนังเดิมอยู่แล้ว เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน  สำหรับผิวหน้า เมื่อต้องเจอกับฝุ่นทั้งวันจะก่อให้เกิดความมัน และเจ้าฝุ่นจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนจนก่อให้เกิดเป็นสิวได้ง่ายขึ้น   อีกทั้งการสัมผัสกับฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้น  เนื่องจากฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่สามารถส่งผลร้ายต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์ ทั้งในกระบวนการสร้างเซลล์ และลดการทำงานในระบบภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังได้อีกด้วย

 

 

สำหรับผลต่อผิวหนังอีกอย่างที่หลายคนสงสัยว่า ฝุ่นพิษทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้ไหมนั้น แม้ทางการแพทย์จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่การป้องกันตัวเองและหมั่นสำรวจผิวหนังไว้ก่อน ก็เป็นเรื่องที่ดี โดยการวินิจฉัยมะเร็งผิวหนังที่ได้ผลต้องได้รับการตรวจด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์   ขณะเดียวกันทุกคนก็สามารถสังเกตมะเร็งผิวหนังในระยะเริ่มต้นได้จากสัญญาณอันตราย ดังต่อไปนี้

1. ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลง เช่นเป็นก้อนนูนที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. ก้อนที่ผิวหนังมีแผลเกิดขึ้น หรือมีเลือดออกได้ง่าย เช่นตามมือ เล็บและเท้า
3. ไฝมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ รูปร่างสีที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเป็นสีขาว สีน้ำตาล หรือสีดำที่มีลักษณะไม่สม่ำเสมอ
4. บริเวณแผลเดิมมีสีดำ หรือน้ำตาลที่ขอบเขตไม่ชัดเจน และมีแผลเกิดขึ้น
5. พบผื่นเรื้อรังที่มีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นเนื้อนูนขึ้นมา

 

 

วิธีป้องกัน และดูแลตัวเองเมื่อต้องออกจากบ้าน

หลายๆ คนคงกำลังสงสัยอยู่ว่า แบบนี้เราจะมีวิธีดูแลและป้องกันตัวเองอย่างไรดี จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่า ควรทราบว่าตัวท่านเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เช่น กลุ่มที่ความต้านทานของผิวหนังน้อย เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สะเก็ดเงิน ฯ ควรต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัส ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 และควรงดเว้นการออกไปในบริเวณที่มีปริมาณฝุ่นมลพิษปริมาณมาก แต่หากต้องออกไปข้างนอกจริงๆ ควรป้องกันตัวเอง ดังนี้

  • ใส่เสื้อผ้าปกคลุมร่างกายเมื่อต้องจำเป็นออกไปเผชิญฝุ่นมลพิษ  
  • การทาโลชั่นหรือครีม และการชะล้างทำความสะอาดผิวหนัง ช่วยลดทอนการสัมผัสโดยตรงต่อฝุ่นได้
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรอยู่ในบ้านหรือในอาคารที่มีเครื่องฟอกอากาศชนิดที่มี HEPA filter
  • เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากชนิดที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5ได้ อาทิ หน้ากาก   N95 และใส่ให้ถูกวิธี
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเมื่อต้องสัมผัสร่างกายหรือทานอาหาร
  • พกเจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์ล้างมือ ไว้ทำความสะอาดมือระหว่างวัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ  ออกกำลังกาย  ดื่มน้ำสะอาด ทานอาหารให้ครบ5หมู่ หรือเสริมด้วยวิตามินที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) เช่น  วิตามินซี 

 

นอกจากวิธีปกป้องตัวเองจากฝุ่นแล้ว เวลาออกจากบ้าน ต้องหมั่นเฝ้าระแวดระวังรอบๆ ตัวให้ดี เพราะอาจเกิดอันตรายต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น ไม่ไปในสถานที่ที่เปลี่ยว   และหากรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังติดตามอยู่ ให้รีบหาของที่พกติดตัวมาด้วย อย่าง สเปรย์พริกไทย กุญแจ โทรศัพท์ หรือสิ่งของที่สามารถป้องกันตัวได้ และหาโอกาสเข้าจู่โจมหรือร้องให้ให้คนช่วย   เพื่อให้คนร้ายตกใจและยังช่วยดึงดูดความสนใจจากคนที่อยู่บริเวณนั้นๆ 

 

อ้างอิง

– http://air4thai.pcd.go.th
- http://air4thai.pcd.go.th/webV2/aqi_info.php

 

 

 

Copyright © 2016-2020, Golden Land Property Development PLC. All Rights Reserved.